Tuesday, November 09, 2004

มอเตอร์เวย์ ...ขวดเบียร์บนไหล่ทาง...


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. 47 ผมไปปั่นจักรยานที่มอเตอร์เวย์ จริงๆแล้วเป็นถนนที่ขนานไปกับมอเตอร์เวย์ แต่เพื่อความสะดวกจึงเรียกสั้นๆเช่นนั้น
ผมออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า ขับรถไปตามถนนพระรามเก้า ข้ามถนนศรีนครินทร์ ชิดซ้าย ออกทางคู่ขนาน ตรงไปอีกเล็กน้อยก็ขึ้นสะพานกลับรถ พอลงสะพานมาได้ประมาณ 200 เมตรก็กลับรถเข้าสู่ถนนคู่ขนานข้างมอเตอร์เวย์ ขับผ่านโรงเรียนสุเหร่าบ้านม้าไปไม่ไกล ผมก็จอดรถบนไหล่ถนนตรงกองท่อระบายน้ำ หันหน้ารถไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ผมจอดเมื่อคราวที่แล้ว
ผมไปถึงตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง แต่ก็มีคนไปถึงก่อนผมบ้างแล้ว ถนนเส้นนี้เหมาะกับการซ้อมปั่นจักรยาน หรือปั่นจักรยานเพื่อออกกำลัง เพราะเป็นเส้นทางที่ยาวโดยไม่มีทางแยกมาตัดขวางเลย ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร ปั่นหนึ่งรอบก็ 22 กิโลเมตร รถยนต์ทั่วไปมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุกและรถพ่วงขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานก่อสร้างทางซึ่งจะวิ่งจาก site งานที่ตั้งอยู่บนถนนนี้ไปยังสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งเราก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ทั้งแบบที่เป็นของจริงและการสร้างสถานการณ์ นอกนั้นก็เป็นมอเตอร์ไซค์ของผู้ที่อาศัยอยู่แถบนั้น

หลังจากประกอบจักรยานเสร็จ ผมเริ่มปั่นออกไปทางทิศตะวันออก ไปได้สัก 1 กิโลเมตร ผมพบขวดเบียร์แตกกระจายเต็มไหล่ทาง (ถนนเส้นนี้มีไหล่ทางกว้างประมาณสองเมตรซึ่งช่วยให้การปั่นจักรยานปลอดภัยเมื่อต้องหลบหลีกพาหนะที่ใหญ่กว่า และผมก็มักจะปั่นบนไหล่ทางเมื่อโอกาสอำนวยด้วย) ผมจอดจักรยานและใช้โฟมที่หาได้แถวนั้นเป็นอุปกรณ์ปัดกวาดเศษขวดเบียร์ลงข้างทาง ผมเสียเวลาปัดกวาดอยู่นานเพราะขวดแตกกระจัดกระจายทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ไปตามไหล่ถนนเป็นทางยาวร่วมสิบเมตร ป้ายฉลากติดเศษแก้วระบุว่าเป็นเบียร์ช้างครับ ผมยังพบบุหรี่ก้นกรองหนึ่งตัวตรงจุดนั้นด้วย บุหรี่ตัวนี้ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ เพิ่งสูบไปเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น เหมือนกับถูกโยนทิ้งและปล่อยให้ดับไปเอง กวาดเสร็จผมก็ปั่นต่อ ตลอดเส้นทางผมพบเศษแก้วเหมือนเศษขวดเบียร์บนไหล่ถนนอีกสองจุด จุดสุดท้ายเป็นแก้วสีเขียว และเมื่อผมปั่นเสร็จ ผมปล่อยให้รถไหลช้าๆเข้าข้างทางห่างจากรถผมไปข้างหน้าประมาณเจ็ดเมตร ผมพบเศษแก้วเหมือนเศษขวดเบียร์แตกกระจายบนไหล่ถนนอีก ผมไม่แน่ใจว่าเศษแก้วตรงนี้มีอยู่ก่อนที่ผมจะมาถึงหรือไม่ เพราะตอนเริ่มปั่นจักรยานผมไม่ทันได้สังเกต ถ้ามีอยู่ก่อนแล้วก็นับเป็นโชคดีของผมที่จักรยานหรือรถผมไม่ได้ไปทับ เพราะอาจทำให้ยางรั่วได้ง่ายมาก ในสี่จุดนี้ จุดที่อันตรายที่สุดคือจุดที่เป็นขวดเบียร์ช้างซึ่งผมกวาดลงข้างทางไปแล้ว เพราะนอกจากจะมีเศษแก้วกระจัดกระจายมากที่สุดแล้ว ยังมีเศษขวดชิ้นโตๆคมๆหลายชิ้น ผมไม่ได้เก็บกวาดเศษแก้วที่จุดอื่นเพราะจะทำให้เสียเวลามากและไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่จุด ต้องแก้ไขด้วยการขยับออกมาปั่นบนถนนมากขึ้น ซึ่งก็อันตรายอีกเช่นกัน

ลองมาดูข้อชวนสงสัยกันครับ

ประการแรก เหตุใดจึงมีเศษขวดเบียร์ (สันนิษฐานว่าสามจุดที่พบในภายหลังเป็นขวดเบียร์เช่นกัน) แตกกระจายตามไหล่ถนนเป็นระยะๆถึงสี่จุด คำตอบคือ มีความคาดหวังบางอย่าง ดังนั้นเพื่อให้มีความเป็นไปได้มากที่สุด จะต้องกันเหนียวเอาไว้ จึงต้องมีหลายจุด

ประการที่สอง เศษขวดเบียร์ที่จุดหนึ่งแทบจะเป็นจุดเดียวกันกับที่ผมจอดรถเมื่อคราวที่แล้ว ถ้าผมขับรถทับไป ยางรถยนต์อาจรั่ว ก็เสียเวลายุ่งยากอีก โชคดีที่ผมจอดก่อนถึงจุดนี้เพียงไม่กี่เมตร (ผมจอดห่างจากที่จอดรถของกลุ่มปั่นประจำประมาณสองร้อยเมตร มีรถผมคันเดียวที่จอดตรงนี้)

ประการที่สาม บริเวณนั้นมีคนอยู่อาศัยเบาบาง มีบ้านอยู่ห่างกันเป็นหลังๆ คนแถบนี้เป็นมุสลิมซึ่งไม่ดื่มของมึนเมา ที่ไม่ใช่มุสลิมก็เป็นคนงานก่อสร้าง (สร้างถนน, ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่) มีบ้านพักคนงานเป็นจุดๆ แต่ละจุดห่างกันมาก ถ้าคนงานจะดื่มเบียร์ เหตุใดจึงต้องไปนั่งดื่มที่ไหล่ถนนสี่จุดนั้น ดื่มที่บ้านพักคนงานไม่สะดวกกว่าหรือ และคนงานคงจะไม่ร่ำรวยขนาดสูบบุหรี่ก้นกรองไปเพียงหนึ่งในสามส่วนแล้วโยนทิ้ง ผมเคยเห็นแต่คนงานสูบบุหรี่จนแดงวาบติดปลายนิ้ว และมักจะไม่ใช่แบบที่มีก้นกรองด้วย

ประการที่สี่ จุดที่พบเศษขวดเบียร์เป็นจุดที่ไม่มีบ้านพักอาศัย ไหล่ถนนที่มีเศษขวดเบียร์กระจายอยู่นั้นติดกับมอเตอร์เวย์ซึ่งมีรั้วลวดตาข่ายกั้น อีกด้านหนึ่งของถนนเป็นทุ่งโล่ง ลองนึกภาพดูสิครับ ใครจะมานั่งดื่มเบียร์กันตรงนั้น หรือจะคิดว่ามีพวกคึกคะนองขับรถผ่านมา (จริงๆก็ไม่ใช่เส้นทางที่จะมีจิกโก๋หรือนักท่องราตรีขับผ่าน) แล้วโยนขวดเบียร์ออกนอกรถเล่นด้วยความมันส์ แล้วบุหรี่ที่เพิ่งสูบไปแค่หนึ่งในสามที่หล่นอยู่กับเศษขวดเบียร์ช้างล่ะ อาจมีคนตอบว่าตอนจิกโก๋โยนขวดเบียร์บังเอิญไปปัดโดนบุหรี่ที่คาบอยู่ตรงมุมปากครับ ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

สำหรับผมคิดว่าคนที่ทำขวดเบียร์ช้างแตกกระจายคงต้องรีบทำอะไรบางอย่างอย่างกระทันหัน จึงโยนบุหรี่ทิ้งไปทั้งๆที่เพิ่งสูบไปเพียงนิดเดียว และด้วยเหตุที่รีบจึงไม่สนใจที่จะเหยียบหรือขยี้บุหรี่ให้ดับก่อน จึงไม่มีร่องรอยการบุบสลายของบุหรี่ แต่บุหรี่ก็ดับไปเอง และคนๆนั้นก็ไม่น่าจะเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่แถบนั้น และไม่ใช่คนงานทั่วไปด้วย

นอกจากขวดเบียร์ที่เป็นเรื่องใหม่แล้ว เรื่องควันไฟที่ผมพูดไปในหัวข้อ “สารพิษ อาวุธสังหารฯ” นั้นยังมีอยู่เป็นจุดๆ ส่วนใหญ่จะมีตามบ้านพักคนงาน กลิ่นแปลกๆ ไม่ค่อยเหมือนการจุดเตาหุงหาอาหารโดยใช้ฟืนหรือถ่านตามปกติ ที่แย่หน่อยก็ตรงสะพานกลับรถที่ดูเหมือนสร้างเพิ่งเสร็จแต่ยังไม่ได้เปิดใช้ คนงานตรงนั้นจุดไฟกองโตห่างจากไหล่ถนนเพียงหนึ่งเมตร เราปั่นไปถึงพอดีหรือเขาจุดไฟพอดีเราปั่นไปถึงก็ไม่รู้นะ แต่เปลวไฟโชติช่วง ควันโขมงตอนเราปั่นผ่าน ต้องใช้วิชานินจากลั้นหายใจเอา (ฝึกเป็นประจำที่บ้าน)

ไม่รู้ว่าคราวหน้าจะมีปรากฏการณ์แปลกใหม่อะไรอีก จะมีขวดเบียร์แตกกระจายกลางถนนเลยหรือไม่ เอามันให้สะใจไปเลย มีอำนาจ มีเครือข่ายอยู่ทุกซอกทุกมุม จะต้องไปเกรงใจใครทำไม… สงสารคนที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่บ้างเถอะ!!!

ดูรายละเอียดใน...ความเป็นมา...