Tuesday, June 07, 2005

กฎของสังคม... เครื่องมือของอำนาจมืด !

กฎของสังคม กฎของสังคม กฎของสังคม
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกลงโทษ!

มันคืออะไรกันแน่ รูปธรรมที่ชัดเจนเป็นอย่างไร ใครบัญญัติไว้ตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าบ้านเมืองเราไม่มีกฎหมาย ไม่มีขื่อมีแปกันแล้ว ?

มันคือมาตรการเสริมเพื่อให้สังคมดีขึ้น ?
มันคือกฎหมู่ กฎพวกมากลากไป ?
มันคือศาลเตี้ย ?
มันคือช่องทางจัดการพวกหัวแข็ง ?
มันคือมาตรการที่ใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม ?
มันคือกฎที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ และอิสระภาพของปัจเจกบุคคล ?
มันคือข้ออ้างในการใช้อำนาจนอกระบบของคนที่ต้องการจะควบคุมสังคม ?
มันคือคำสวยหรู ที่ใช้อ้างความชอบธรรมในการกดหัวและทำลายคนอื่น ?
มันคือเครื่องมือปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้อง ?
มันคือเครื่องมือของอำนาจมืดที่ทับซ้อนอำนาจรัฐ ?
มันคืออะไร ?

ในทางปฏิบัติ
คำคำนี้ถูกนำมาใช้เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ในการล่วงละเมิดผู้อื่น ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งสามารถใช้อ้างทำลายผู้อื่นอย่างเป็นระบบ ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยการรมสารพิษสารพัดชนิด ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิก่อกวนกลั่นแกล้งผู้อื่นทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้มีชีวิตที่สุขสงบ ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิบุกรุกเข้าบ้านผู้อื่นยามวิกาลเพื่อสร้างสถานการณ์ข่มขู่ให้หวาดกลัว ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิใส่ร้ายป้ายสีทำลายความน่าเชื่อถือของผู้อื่น ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิในการจัดการกับคนที่ไม่ก้มหัวให้กับพวกตน ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิกระทำต่อผู้อื่นอย่างไร้คุณธรรม ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิกระทำต่อผู้อื่นโดยไม่ต้องสนใจกฎหมายบ้านเมือง ?
ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิกระทำเลวร้ายต่อผู้อื่นอย่างไรก็ได้ ขอแต่ให้แยบยล แนบเนียน พูดไม่ได้ พิสูจน์ไม่ได้ ? 


มันหัวแข็ง มันรู้ทัน  มันไม่ยอมก้มหัวให้ กลัวว่ามันจะเป็นตัวแพร่เชื้อหัวแข็ง กลัวว่ามันจะทำให้ กระบวนการควบคุมสังคมซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของพวกตน ต้องสั่นคลอน จึงต้องหาทางทำลายมัน !  

คนจำนวนมาก เพื่อเอาตัวรอด ทำตัวกลืนไปกับคำคำนี้ ป้ายสีกันมาอย่างไรก็ขานรับกันไปอย่างนกแก้วนกขุนทอง ที่แย่ยิ่งกว่านั้น หลายคนรู้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น กลับไม่สนใจ พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ซึ่งเท่ากับเอื้ออำนวยให้ระบบนี้เบ่งบาน 


หมายเหตุ

เมื่อเร็วๆนี้ผมไปค้นหนังสือพิมพ์เก่าๆ พบข้อมูลที่น่าสนใจจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จุดประกายวรรณกรรม ฉบับวันที่ 12 เม.ย. 2542 หน้า 9 เป็นบทความเกี่ยวกับนักเขียนผู้หนึ่ง ที่คอลัมน์ขวาสุดของหน้านี้ เธอตอบคำถามที่ว่าทำไมเธอจึงไม่เขียนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตราชการของเธอซึ่งเป็นเรื่องที่เธอรู้ดีที่สุด โดยพูดถึงนักเขียนอีกคนหนึ่งที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับส่วนราชการของนักเขียนผู้นั้นลงในนิตยสารฟ้าเมืองไทยแล้วต้องลี้ภัยไปอยู่สวีเดน นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมอันหนึ่งของการใช้อำนาจนอกระบบหรืออำนาจมืดในสังคมไทย ที่กดดันบีบบังคับคนจนต้องออกไปจากแผ่นดินเกิด รูปธรรมที่ทำให้นึกถึงคำข่มขู่ที่เครือข่ายอำนาจมืดชอบใช้ ”ระวังไม่มีแผ่นดินจะอยู่ !”